| Weerawan's profile๑๑ M e e Z z @ L i F e ๑...PhotosBlogLists | Help |
|
๑๑ M e e Z z @ L i F e ๑๑@ การเดินทางเล็ก ๆ .. ของเสียงเพลง ความฝัน และความหวัง @ โอ้..เนปาล.. ให้ศรัทธา เป็นแรงขับเคลื่อนของการดำเนินชีวิต ..
โอ้..เนปาล
![]() ทุกลมหายใจของฉัน .. จะเต็มไปด้วยพลังแห่งความศรัทธา
เนปาล ประเทศที่ใฝ่ฝันอยากจะไปมาก
นับจากวันนี้จะเริ่มเก็บเงินเพื่อเตรียมตัวไปเยือนเนปาล
รอก่อนนะจ๊ะ ... ขอให้ความศรัทธาอยู่คู่ตัวฉันตลอดไป
![]() สยมภูวนาถ
![]() อาหมีโย่ ... ตามรอยพระนเรศวร (ตอน 2) หลุดพ้น
ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึง แต่ด้วยว่าช่วงนี้งานหนักเหลือเกิน ทำให้ลืมตื่นเต้นไป วันที่ 25 ส.ค. แผนการของเราคือ ต้องเคลียร์งานและเคลียร์ทุกสิ่งให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ในใจคิดว่าสบายแล้วตรู จะรีบไปนอนเล่นที่โรงแรม ข้างสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนแวะเข้าโรงแรม ยืนดูเครื่องบินลำใหญ่ ๆ บินผ่านก่อน ... แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด น่าเศร้า งานที่พยายามเคลียร์ตั้งแต่เช้า ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักที แล้วงานที่ต้องฝากเอาไว้อีก ... โอ้กลุ้ม เพราะหลังจากวันนี้แล้ว เราจะเดินทางไปยังดินแดนที่มีความเจริญล้าหลังไปกว่าเราเกือบ 5 ปี โทรศัพท์มือถือที่เปิดโรมมิ่งไว้ก็ใช้ไม่ได้ อินเตอร์เน็ตก็โดนบล็อค hotmail 1 อาทิตย์ที่เราจะไม่ได้คุยโทรศัพท์ จะไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต ไอ้หมีจะคลั่งตายหรือเปล่าหนอ ....
และแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สำเร็จจนได้ กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม จึงรีบเตรียมทุกอย่างเพื่อเข้าพักในโรงแรม Queen Garden Park แต่สวรรค์ก็ยังไม่เข้าข้างคนเหนื่อยล้า .... นั่งรถวนไปวนมาเพื่อหาโรงแรมหลายรอบมาก จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน ... วันที่เราคิดว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบาย ๆ กลายเป็นวันที่เร่งรีบ และเหนื่อยล้าเหลือเกิน ในใจยังกังวลเรื่องงานอยู่ไม่น้อย ... คิดโน่น คิดนี่ ว่าจะอยู่กันได้ไหม เราเห็นแก่ตัวไปไหมที่หนีไปเที่ยว พยายามข่มตาหลับ ... ไม่คิดเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น พรุ่งนี้เราจะตื่นมาในอีกโลกหนึ่ง ...
ตี 5 ตื่นมาแต่เช้า บอกตรง ๆ ว่านอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น เพราะยังกังวลเรื่องงานต่างหาก ระหว่างอาบน้ำ เก็บของก็ยังไม่วายที่จะคิดเรื่องงานอยู่ตลอด ... อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะหลุดพ้นแล้ว ... ออกไปนั่งรถรีมูซีน บริการฟรีไปส่งถึงสนามบิน ออกไปเจอทัวร์เกาหลีล้งเล้ง ๆ เตรียมจะขึ้นรถ เราจึงต้องรีบเบียดตัวเองเพื่อไปขึ้นรถก่อน ไม่งั้นคงรอคิวยาว ไปถึงสนามบิน 6 โมงเช้า ไม่วายที่จะคิดกังวลเรื่องงาน ต้องโทรไปสั่งการอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจ "เอาไงเอากันวะ" เครื่องออกเวลา 7.15 เราคิดว่าเรามาเร็วแล้ว กะว่าจะมานั่งดื่มกาแฟสักเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ ใช้เวลาเช็คอิน และเดินไปขึ้นเครื่องก็เกือบชั่วโมงแล้ว เหนื่อยแสนเหนื่อย หิวแสนหิว แถมมีมาตรการห้ามเอาของเหลวขึ้นเครื่องอีก หากเอาขึ้นต้องใส่ในถุงซิปล็อค ในที่นี้รวมถึงน้ำด้วย ที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง เหมือนดูคนเสิร์ตเลย อดเลย คนติดน้ำอย่างเรา
ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่อง อากาศและทัศนวิสัยเป็นใจเหลือเกิน มีแดดบาง ๆ ไม่มีเมฆฝน ไม่ตกหลุมอากาศ แต่ท้องเจ้ากรรมมันเริ่มร้อง หิว ๆๆ น้ำก็หิว กาแฟก็อยากกิน แล้วจึงพยายามนั่งหลับ ไม่อยากกินอะไรบนเครื่อง เพราะอยากจะไปลองชิมอาหารที่พม่า ... เพราะสนนราคาอาหารบนเครื่องก้อค่อนข้างแพงอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ถ้าเทียบกับราคาตั๋วแล้ว ราคาอาหารบนเครื่องนั้น มีเหตุ มีผลมาก อิ ๆ ...
ในที่สุดก็มาถึงแล้ว เวลาที่พม่านั้นช้ากว่าไทย 30 นาที มีรถคล้ายรถเมล์สมัยเมื่อ 10 ปีก่อนบ้านเรา มารับจากเครื่อง สนามบินก็ดูดี สะอาดสะอ้าน ... ผ่านตม. มาก็เริ่มหันรีหันขวา หาของกิน แต่ก็ไม่เจอ ตัดสินใจอยู่นานว่าจะแลกเงินที่สนามบินดีหรือป่าว ได้เรต 490 จ๊าต ต่อ 1 us แต่เท่าที่อ่านหนังสือมา เขาบอกว่าเรตของรัฐบาล จะต่างกับเรตที่แลกข้างนอกเกือบเท่าตัว เราจึงไม่รีบแลกดีกว่า หันรีหันขวาจะเรียกแท็กซี่ ในที่สุดก็ต้องใช้บริการของสนามบิน ได้สนนราคาไป 6 us แต่ที่เราอ่านในหนังสือ เขาไปแค่ 3 us เอง
ระหว่างทางมีต้นไม้ 2 ข้างทาง ครึ้มเต็มไปหมด รถเมล์แต่ละคันที่วิ่งผ่าน ขอบอก แน่นมาก ผู้คนนุ่งโสร่ง เคี้ยวหมาก เต็มไปหมด เอ่อออ รถที่นี่แม้กระทั่งแท็กซี่ ไม่นิยมเปิดแอร์ฮับ แอร์ธรรมชาติล้วน ๆ นั่งไปก็มึนส์ไป บวกกับควันบุหรี่ของคนขับยิ่งมึนส์ใหญ่ แต่โชคดีที่ 2 ข้างทางมีแต่ต้นไม้ จึงสามารถช่วยดูดกลิ่นออกไปบ้าง ... แม้สักนิดก็ยังดี คนขับรถคุยสนุกดีค่ะ สำเนียงภาษาอังกฤษของเขาดีมาก แท็กซี่ที่เรานั่ง ยังแนะนำเราว่า ถ้าจะไปเที่ยวไหน เรียกใช้บริการเขาได้ เขามีบัตรไกด์ สามารถพาเราเที่ยวได้ ...
มาถึงแล้ว โรงแรม ธรรมดา (เราเรียกเอง) Thamada คนขับแท็กซี่บอกว่า เป็นโรงแรมที่เก่าแก่มาก เกือบ 30 ปี จากสภาพ ขอบอก เก่ามากจริง ๆ แต่ก็สมราคาค่ะ .. คุ้มค่ากับราคามาก ห้องนอนค่อนข้างใหญ่ เอ่อ .. โรงแรมเก่า ๆ จะมีอะไรหรือป่าว บรื่ออออ วิวด้านข้างของห้องเราเป็นโบสถ์ค่ะ กับโรงแรมระดับ 4 ดาว Park Royal Garden ซึ่งวันที่เราอยู่ในโปรแกรมทัวร์เราจะได้พักโรงแรมนี้ โอ้ว ... สวรรค์ จากสามัญสู่ดวงดาว ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ตั้งแต่ไปเที่ยวมา ยังไม่เคยพักโรงแรมดี ๆ เลย ท้องเริ่มร้อง สอดส่องมองหา ข้างโรงแรมไม่มีร้านอะไรเลย นอกจากร้านขายก๋วยเตี๋ยว เราขอเรียกร้านนี้ว่า "สตาร์บัค" เพราะหลังจากนั้น เป็นจุดที่เรามานั่งเล่น และดื่มชาเป็นประจำ ความรู้สึกเหมือนร้านสตาร์บัคบ้านเรา .... อิ ๆๆๆ เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน .. จึงเข้าห้องนอนสักพัก เนื่องจากเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน เพราะมัวแต่นอนคิดเรื่องงาน .. ขอนอนเอาแรงสักพัก แล้วตื่นมาจะด้ายลุย ดินแดนพม่า .. โอ้เย้ ๆๆๆๆ
อาหมีโย่ ... ตามรอยพระนเรศวร (ตอน 1)จุดเริ่มต้น หลังจากกลับจากเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกงเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้เรากลับมาคิดแผนการเที่ยวภายในปีนี้ต่อ ด้วยงบประมาณ กับความมันส์ในการท่องเที่ยวเองโดยลำพัง ประเทศ (ตะเข็บชายแดน) ที่อยู่ในโผ คือ พม่า และเขมร หลังจากนั้นก็จึงเริ่มสืบเสาะข้อมูลต่าง ๆ อย่างขมักเขม้น และเตรียมหาเพื่อนร่วมเดิน ... จนได้เพื่อนร่วมทางชุดเดิม ... อีกนั่นแหละ โปรโมชั่น 0 บาทของแอร์เชียได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม เราจึงไม่รอช้า ตรวจดูตารางในปฏิทิน แล้วหาวันว่าง ที่พอจะตรงกับวันหยุด แล้วรีบเข้าไปจอง ในที่สุดก็เลือก "พม่า" คงอาจเพราะได้แรงบรรดาลใจจากหนังเรื่องสมเด็จพระเนศวร อีกทั้งกำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ที่ม. นเรศวร แต่สิ่งเหล่านี้ไม่น่ามาเป็นประเด็น (แล้วตรูจะพูดทำไมหว่า) หลังจากเตรียมวันเดินทางเรียบร้อย ขั้นตอนที่ยากส์ที่สุด คือ ความอุตส่าหะ ที่หมั่นเข้าไปจองอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนมาลงตัวในวันที่ 26 ก.ค. ถึง 1 ส.ค. ด้วยราคาเพียง 2200 บาท รวมทุกอย่างเบ็ดเส็ดแล้ว .... ซึ่งอัตรานี้ได้รวมภาษีสนามบินภายในประเทศไว้อีก ถือว่า ถูกจริง ๆ ยิ่งกว่านั่งรถทัวร์อีก เมื่อจองสำเร็จ ก็เหลือเพียงสิ่งเดียว คือ เตรียมหาข้อมูลการเดินทาง ..... ทุก ๆ คืนหลังจากกลับจากทำงาน ก็จะใช้ความอุตส่าหะ เข้าไปดูในเว็บไซต์ เซิร์สดูข้อมูลการท่องเที่ยวจากเว็บต่าง ๆ อีกทั้งหนังสือเที่ยวพม่า ที่จะต้องถือติดมือทุกครั้งในระหว่างเดินทาง ในช่วงเวลาเกือบครึ่งปีที่รอคอย 7 เดือน มันก็ช่างผ่านไปเสียรวดเร็ว เวลาในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของเราก็น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราใกล้เรียนจบ เราจึงต้องพยายามทุ่มสุดตัวให้กับการเรียนเต็มที่ ... (ไม่รู้จริงหรือเปล่า) จนในที่สุด IS ก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย Compre ก็สอบผ่านเรียบร้อย หลังจากนั้นมีเวลาเหลือประมาณเกือบ 3 เดือนที่เราจะหาข้อมูลการท่องเที่ยวต่อ แต่ก็เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้ง หลังจากเรียนจบ งานดันถาโถมเข้ามาอย่างหนัก มีสาขาที่เปิดเพิ่มขึ้น และเราต้องหาคนมาทำงานเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีโปรเจ็คการกลายพันธุ์ เป็น Thaiticketmajor ทำให้เราไม่ได้ลืมหูลืมตาเลย กลับลืมเรื่องการท่องเที่ยวไปเสียสนิท .... จนมานั่งคิดและตัดสินใจว่า เราจะจัดการกับการท่องเที่ยวทั้ง 7 วัน ของเราอย่างไรดี ... แล้วสถานที่ใดที่เราอยากจะไปมากที่สุด ระหว่างนั้น นั่งคิดว่า ระหว่าง พุกาม, มัณฑะเลย์, พระธาตุอินแขวน เราจะเลือกอะไร เพราะสถานที่แต่ละที่ค่อนข้างที่จะอยู่ไกลกันมาก ถ้าไม่ได้เดินทางโดยเครื่องบิน ก็ต้องเสียเวลาในการเดินทางเกือบ 1 วัน และด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง ... ในที่สุดเราก็เลือก "พระธาตุอินแขวน" ก้อนหินก้อนสีทองก้อนนั้น ที่เขาว่ากันว่าสวยงามและมหัศจรรย์มาก ๆ มันเป็นอย่างไรกันหนอ เมื่อหาจุดหมายได้แล้ว เราก็มาตกลงกันว่า เราจะใช้วิธีการท่องเที่ยวแบบไหนดี ใจจริงลึก ๆ อยากเที่ยวเอง หลังจากได้อ่านหนังสือเรื่อง "แบกเป้เที่ยวพม่า" ทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่น่าจะลำบากลำบนเลย ... แต่เมื่อลองมาคิด ๆ ดู กับการกะเกณฑ์งบประมาณในการท่องเที่ยวแล้ว เราก็ตกลงกันว่า เราไปซื้อแพ็คเก็จทัวร์ดีกว่า แล้วเที่ยวกันเองอยู่ในย่างกุ้ง 3 วัน เนื่องจากประเทศพม่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์แต่ละจุด อยู่ห่างกันค่อนข้างไกล และระบบรถสาธารณะของพม่านั้นยังค่อนข้างลำบาก จึงคิดว่าเพิ่มเงินอีกนิดนึง ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยลง ย่อมดีกว่า .... ระหว่างที่นั่งเขียนทริปอยู่นั้น ก้อเหลือบไปเห็นแผ่นพับโฆษณาที่เคยหยิบมาจากงาน "แอร์ เอเชีย" จึงลองโทรไปสอบถามรายละเอียด บวกกับสนนราคาที่พอฟังได้ เมื่อหักค่าตั๋วเครื่องบินออกแล้ว และนำไปเปรียบเทียบกับทัวร์อื่น ๆ แล้วราคาไม่แพง จึงตัดสินใจเลือกในทันที แต่ก็รู้สึกว่าพนักงานขายมันตื้อเราเหลือเกิน จึงคิดว่าเราน่าจะเป็นกรุปสุดท้ายที่ปิดทัวร์ให้เขา สนนราคาถึงไม่แพง ... เมื่อแพ็คเก็จทัวร์เรียบร้อยก็เหลือเรื่องที่พัก เราเซิร์สหาโรงแรมที่ดีที่สุด ถูกที่สุด และสะดวกที่สุด ในที่สุดก็เจอจนได้ ชื่อ ธรรมดา ๆ Thamada Hotel ในสนนราคา 680 ต่อคืน จองทั้งหมด 3 คืน ด้วยความคิดที่รอบคอบ เรากลัวที่จะตื่นไม่ทัน เพราะเครื่องบินออกเช้ามาก จึงจองโรง ๆ ใกล้ ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ อันนี้หายาส์ยิ่งกว่าโรงแรมในพม่าอีก เหมือนเดิม เลือกถูกที่สุด ดีที่สุด และสะดวกที่สุด จนได้โรงแรม Queen garden และ ... อยู่หลังสนามบินเพียงนิดเดียวเอง แฮะๆๆๆ และเมื่อทุกอย่างพร้อม อะไรพร้อมหมด เราก็เตรียมออกเดินทางได้ ในการเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้ซื้อกระเป๋าใหม่ ชุดใหม่เลย ในรูปอาจจะมีแต่ชุดโทรม ๆ กับหน้าตาโทรม ๆ เพราะเหนื่อยกับการตรากตรำงานหนัก .... ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตเรา ก็คือ ช่วงเวลาที่ชีวิตนั้นได้เดินทาง .... ถึงแม้ว่ามันจะไม่ต่างจากการทำงานเลย เผลอ ๆ เหนื่อยมากกว่าเสียอีก แต่มันทำให้เรารู้ว่า ... โลกนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเรา .... มีรูปชเวดากองแบบเล็ก ๆ มากฝาก ... ท้องฟ้าต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ... มองดูการ์ตูนส์ แล้วย้อนดูตัวเรา... ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร ...
แต่ชีวิตเรานั้นเหมือนเฉกเช่นการ์ตูนส์
นั่นคือ .. โอเวอร์มากกว่า .. เหนือธรรมชาติ ไม่น่าเกิดขึ้นจิง
และเป็นไปไม่ได้
Search ไปเจอเว็บนึง รวบรวมการ์ตูนส์ ตั้งแต่สมัยเรายังเด็ก
จนถึงการ์ตูนส์รุ่นปัจจุบัน นั่งอ่านไปก็ทำให้นึกถึงตอนเด็ก
จึงรวบรวมการ์ตูนส์เรื่องที่ชื่นชอบมาให้ดู
... ไม่รู้เคยดูกันบ้างหรือป่าว ..
![]() อาซาริจังจอมแก่น การ์ตูนตลกบั่นทอนสติปัญญาเรื่องหนึ่ง เคยฉายทางช่อง9 ประมาณ 20กว่าปีก่อนเห็นจะได้ มีพี่สาวทาทามิจัง คอยเป็นคู่ปรับ
บาร์บาปาป้า (Barbapapa) เจ้าตัวบาร์บาปาป้านั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตสีชมพูประเภทหนึ่งซึ่งสามารถแปลงร่างกายให้มีรูปร่างคล้ายๆกับสิ่งของอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ ส่วนคนที่เคยดู ก็จะจำได้ว่า ตอนจะแปลงร่างนั้น จะต้องมีการท่องคาถา หรือ พูดคำว่า "คลิก กะ ดิก คลิ๊ก บาร์บ้า คลิ๊ก" ซึ่ง บาร์บาปาป้านั้น ก็เป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษาฝรั่งเศสจากคำว่า barbe a papa ซึ่งแปลว่า ขนมสายไหมนั่นเอง หากใครที่ได้ดูเรื่องนี้(คาดว่า อายุน่าจะมากกว่า20 ปี)
บอร์กแมน เคยฉายทางช่อง7 ปี 2535 เมืองใหญ่ในโลกอนาคตถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ถูกสิ่งมีชีวิตนาม ซาตาน ทำลาย ทำให้อาจารย์ในโรงเรียนประถมทั้ง3ต้องแปลงร่างเป็นบอร์กแมน ด้วยคำพูด"บอร์ก เก็ท ออน" เพื่อต่อสู้กับ ซาตาน และช่อง9และช่อง5ก็เคยนำเรื่องนี้มาฉายใหม่ด้วย
แคนดี้ สาวน้อยจอมแก่น การ์ตูนขวัญใจสุภาพสตรีเมื่อ20กว่าปีก่อน ฉายครั้งแรกทางช่อง5 ปี2523 เป็นเรื่องราวความสนุกสนานของสาวน้อยจอมแก่น นาม แคนดี้ ไวท์
แคทส์อาย ผลงานของ ซึกาสะ โฮโจ อีกเรื่องหนึ่ง เคยฉายทางช่อง9 ช่วงเย็น เป็นเรื่องของโจรสาวสามพี่น้อง ซึ่งนางเอกของเรื่องก็ดันไปหลงรักพระเอกซึ่งเป็นตำรวจซะอีก
จินปุย เป็นผลงานของฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ผมเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ที่แถมมาจากไอศครีมโฟรโมสต์ด้วย เป็นเรื่องของ จินปุย มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้ไปดูแล เอริ เพื่อที่จะให้เธอมีคุณสมบัติพอที่จ้าเป็นเจ้าหญิงมาลได้ แต่ท้ายที่สุด เพื่อนชายคนสนิทของเธอนั้น เป็นเจ้าชายดาวมาลนี่เอง เคยฉายทางช่อง9 ปี2538
ซิตี้ ฮันเตอร์ เคยฉายช่อง9ช่วงเย็น และ วันเสาร์อาทิตย์ ปี2538 เป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับ ซึกาสะ โฮโจเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องราวของ ซาเอบะ เรียว นักกวาดล้างที่ดูเหมือนคนลามก กะล่อน ไม่ตั้งใจทำงาน แต่จริงๆแล้วเขาตั้งใจทำงานปราบปรามเหล่าร้ายอย่างจริงจัง โดยมีคู่หูสาวคนสนิทคือ คาโอริ ที่มาพร้อมกับค้อน 100 ตัน!!!!
คอบร้า งานสุดคลาสสิค ของ เทราซาว่า บูอิจิ ฉายทางช่อง9ช่วงปิดเทอมปี2526 เป็นการท่องอวกาศของหนุ่มชุดแดงผู้มี ไซโคกัน (ปืนที่ยิงโดยไม่ต้องเล็ง)กับแอนดรอยด์สาวอยู่เคียงข้าง
กัปตันฮาร์ล็อค ผลงานดังอีกเรื่องของ มัตสึโมโต้ เรย์จิ (Galaxy 999) เคยฉายทางช่อง9 ปี2527 เป็นการผจญภัยในอวกาศของโจรสลัดอวกาศ นาม อาร์ล็อค เนื้อเรื่องก็จะแฝงไปด้วย แอ็คชั่นกึ่งดราม่า ยังมีอีกหลายเรื่องเลยอ่ะ ... ที่เราประทับใจ จะค่อย ๆ ทยอย เอามาลงให้ชม ... คิดถึง..วัยเด็กจัง
"ในทรรศนะของข้าพเจ้า"... ห่างหายจากการเขียนมานาน ...
หลังจากเรียนจบแล้ว งานเข้ามาเยอะมาก แต่ทำไม มีความรู้สึกว่า
"มันว่างเหลือเกิน" จากสิ่งที่เคยทำประจำ จนมาวันหนึ่งมันไม่ได้ทำ
มันก็เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ... ดังนั้น จึงต้องหาอะไรทำ
![]() ![]() ด้วยความที่เหมือนว่าง ทำให้ "สับสน วุ่นวาย ใจ" อย่างไรชอบกล
อารมณ์แปรปรวน คิดโน่น คิดนี่ ไปเรื่อยเปื่อย
สุดท้าย "อารมณ์" เอง ก็เป็นเหตุทำให้เราไม่มีความสุข
ความสุขนั้นอยู่ที่ไหนกัน ถ้าไม่ได้อยู่ที่ใจ
เรามัวไปคิดถึงการกระทำของคนอื่นมากเกินไป แล้วนำมาเปรียบเที่ยบกับเรา
มัวแต่คิดว่าเราทำมาก คนอื่นทำน้อย เราจะทำไปเพื่ออะไร
แล้วทำไมคนอื่นไม่ทำ ... สิ่งเหล่านั้นทำให้เราเป็นทุกข์
เป็นแบบนี้มาเกือบเดือนแล้ว เมื่อวานได้ไปดูคอนเสิร์ต ของ น้าซัน
จึงได้อะไรกลับบ้านมาบางอย่าง ... ความสุขนั้นไม่ได้อยู่ที่ใด
มันอยู่ใกล้ ๆ คือ อยู่ที่ใจของเรา มองสิงรอบตัวให้เป็นสุข
... เพียงเท่านี้เราก็สุขใจ ...
..ขอบคุนบทเพลงของน้าซัน ที่ทำให้วันนี้มีความสุข..
และขอโทษบุคคลที่เข้ามาในช่วงที่ข้าพเจ้าแปรปรวน
....................
ชอบเพลง ในอัลบั้มชุด "ในทรรศนะของข้าพเจ้า" มาก
หรือ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า
"ในความคิดของกรู" แต่ละบทเพลงทำให้ข้าพเจ้านึกตาม
ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นจริงกับมนุษย์ น้าซันทำเพลงด้วย
การมองมุมมองที่แท้จริงของชีวิต ... จึงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า
ในชีวิตของคนเรานั้น ไม่ว่า จะ สุข ทุกข์ ดี เลว ชั่ว
ก็จะต้องใช้ชีวิตของตนไปจนถึงที่สุด
และไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทุกคนก็ต้องยืนอยู่บนโลกใบเดียวกัน
งงงงงงไหม ?
![]() มาว่าถึงคอนเสิร์ตของ "น้าซัน" กันดีกว่า
ในการรอคอยถึงเกือบ 10 ปี ที่จะได้ฟังเพลง "ลำธาร"
"โลกสมมติ" "แสงไฟและสายควัน"
น้าซัน เล่นอย่างเมามัน เพราะแกบอกว่า
อัดอั้นการขึ้นเวทีมาเกือบ 13 ปี
แล้วน้าแกก็ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง
อัดเพลงต่าง ๆ ไปถึง 3 ชั่วโมง
ข้าพเจ้าประทับใจในเพลง Desperado
ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะของน้าต้อย
ทำให้ข้าพเจ้า ล่องลอยอยู่ในห้วงของภวังค์
แล้วพระเอกของคอนเสิร์ตนี้ที่ข้าพเจ้ารอคอย คือ เพลง "ลำธาร"
ข้าพเจ้าร้องคลอตามนิด ๆ กับคิดถึงความหมายของเพลง
..ปลดปล่อยตนเองไปตามลำธารเปลี่ยว..
โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบกาย
โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง
โลกที่อ้างว้าง .. หนทางที่ไกล
สัจธรรมจริงแท้มั่นคงดำรงอยู่
วางจิตรับรู้เข้าใจด้วยเหตุผล
ดื่มดับกระหาย สายน้ำของทุกผู้คน
หยุดความสับสน เพื่อหนทางเดิน
โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบครอง
ไม่แบ่งเป็นสอง เพ่งมองดูแม่น้ำ
.....โซโล.....
ข้าพเจ้ากลับบ้านมาพร้อมกับสายฝน
ห้วงคำนึงในบทเพลงต่าง ๆ ยังอยู่ในความคิดของข้าพเจ้า
ความสุข หาได้ไม่ยากจริง ๆ มันอยู่ใกล้ ๆ ตัวนั่นเอง
ขอบคุณ บทเพลงของ มาโนช พุฒตาล
ซึ่งเป็นบุตรของนายเฉลียว กับนางอำไพ
![]() |
|
||||
|
|