個人檔案๑๑ M e e Z z @ L i F e ๑...相片部落格清單 工具 說明

อาหมีโย่ ... ตามรอยพระนเรศวร (ตอน 2)

   หลุดพ้น 
 
          ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึง แต่ด้วยว่าช่วงนี้งานหนักเหลือเกิน ทำให้ลืมตื่นเต้นไป วันที่ 25 ส.ค. แผนการของเราคือ ต้องเคลียร์งานและเคลียร์ทุกสิ่งให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ในใจคิดว่าสบายแล้วตรู จะรีบไปนอนเล่นที่โรงแรม ข้างสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนแวะเข้าโรงแรม ยืนดูเครื่องบินลำใหญ่ ๆ บินผ่านก่อน ... แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด น่าเศร้า งานที่พยายามเคลียร์ตั้งแต่เช้า ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักที แล้วงานที่ต้องฝากเอาไว้อีก ... โอ้กลุ้ม เพราะหลังจากวันนี้แล้ว เราจะเดินทางไปยังดินแดนที่มีความเจริญล้าหลังไปกว่าเราเกือบ 5 ปี โทรศัพท์มือถือที่เปิดโรมมิ่งไว้ก็ใช้ไม่ได้ อินเตอร์เน็ตก็โดนบล็อค hotmail 1 อาทิตย์ที่เราจะไม่ได้คุยโทรศัพท์ จะไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต ไอ้หมีจะคลั่งตายหรือเปล่าหนอ ....
 
          และแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สำเร็จจนได้ กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม จึงรีบเตรียมทุกอย่างเพื่อเข้าพักในโรงแรม Queen Garden Park แต่สวรรค์ก็ยังไม่เข้าข้างคนเหนื่อยล้า .... นั่งรถวนไปวนมาเพื่อหาโรงแรมหลายรอบมาก จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน ... วันที่เราคิดว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบาย ๆ กลายเป็นวันที่เร่งรีบ และเหนื่อยล้าเหลือเกิน ในใจยังกังวลเรื่องงานอยู่ไม่น้อย ... คิดโน่น คิดนี่ ว่าจะอยู่กันได้ไหม เราเห็นแก่ตัวไปไหมที่หนีไปเที่ยว พยายามข่มตาหลับ ... ไม่คิดเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น พรุ่งนี้เราจะตื่นมาในอีกโลกหนึ่ง ...
 
          ตี 5 ตื่นมาแต่เช้า บอกตรง ๆ ว่านอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น เพราะยังกังวลเรื่องงานต่างหาก ระหว่างอาบน้ำ เก็บของก็ยังไม่วายที่จะคิดเรื่องงานอยู่ตลอด ... อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะหลุดพ้นแล้ว ... ออกไปนั่งรถรีมูซีน บริการฟรีไปส่งถึงสนามบิน ออกไปเจอทัวร์เกาหลีล้งเล้ง ๆ เตรียมจะขึ้นรถ เราจึงต้องรีบเบียดตัวเองเพื่อไปขึ้นรถก่อน ไม่งั้นคงรอคิวยาว ไปถึงสนามบิน 6 โมงเช้า ไม่วายที่จะคิดกังวลเรื่องงาน ต้องโทรไปสั่งการอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจ "เอาไงเอากันวะ" เครื่องออกเวลา 7.15 เราคิดว่าเรามาเร็วแล้ว กะว่าจะมานั่งดื่มกาแฟสักเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ ใช้เวลาเช็คอิน และเดินไปขึ้นเครื่องก็เกือบชั่วโมงแล้ว เหนื่อยแสนเหนื่อย หิวแสนหิว แถมมีมาตรการห้ามเอาของเหลวขึ้นเครื่องอีก หากเอาขึ้นต้องใส่ในถุงซิปล็อค ในที่นี้รวมถึงน้ำด้วย ที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง เหมือนดูคนเสิร์ตเลย อดเลย คนติดน้ำอย่างเรา
 
          ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่อง อากาศและทัศนวิสัยเป็นใจเหลือเกิน มีแดดบาง ๆ ไม่มีเมฆฝน ไม่ตกหลุมอากาศ แต่ท้องเจ้ากรรมมันเริ่มร้อง หิว ๆๆ น้ำก็หิว กาแฟก็อยากกิน แล้วจึงพยายามนั่งหลับ ไม่อยากกินอะไรบนเครื่อง เพราะอยากจะไปลองชิมอาหารที่พม่า ... เพราะสนนราคาอาหารบนเครื่องก้อค่อนข้างแพงอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ถ้าเทียบกับราคาตั๋วแล้ว ราคาอาหารบนเครื่องนั้น มีเหตุ มีผลมาก อิ ๆ ...
 
          ในที่สุดก็มาถึงแล้ว เวลาที่พม่านั้นช้ากว่าไทย 30 นาที มีรถคล้ายรถเมล์สมัยเมื่อ 10 ปีก่อนบ้านเรา มารับจากเครื่อง สนามบินก็ดูดี สะอาดสะอ้าน ... ผ่านตม. มาก็เริ่มหันรีหันขวา หาของกิน แต่ก็ไม่เจอ ตัดสินใจอยู่นานว่าจะแลกเงินที่สนามบินดีหรือป่าว ได้เรต 490 จ๊าต ต่อ 1 us แต่เท่าที่อ่านหนังสือมา เขาบอกว่าเรตของรัฐบาล จะต่างกับเรตที่แลกข้างนอกเกือบเท่าตัว เราจึงไม่รีบแลกดีกว่า หันรีหันขวาจะเรียกแท็กซี่ ในที่สุดก็ต้องใช้บริการของสนามบิน ได้สนนราคาไป 6 us แต่ที่เราอ่านในหนังสือ เขาไปแค่ 3 us เอง กลอกตาไปมา แต่คิดว่าเอาวะ ไม่แพง มาก เอาไงเอากัน
 
          ระหว่างทางมีต้นไม้ 2 ข้างทาง ครึ้มเต็มไปหมด รถเมล์แต่ละคันที่วิ่งผ่าน ขอบอก แน่นมาก ผู้คนนุ่งโสร่ง เคี้ยวหมาก เต็มไปหมด เอ่อออ รถที่นี่แม้กระทั่งแท็กซี่ ไม่นิยมเปิดแอร์ฮับ แอร์ธรรมชาติล้วน ๆ นั่งไปก็มึนส์ไป บวกกับควันบุหรี่ของคนขับยิ่งมึนส์ใหญ่ แต่โชคดีที่ 2 ข้างทางมีแต่ต้นไม้ จึงสามารถช่วยดูดกลิ่นออกไปบ้าง ... แม้สักนิดก็ยังดี คนขับรถคุยสนุกดีค่ะ สำเนียงภาษาอังกฤษของเขาดีมาก แท็กซี่ที่เรานั่ง ยังแนะนำเราว่า ถ้าจะไปเที่ยวไหน เรียกใช้บริการเขาได้ เขามีบัตรไกด์ สามารถพาเราเที่ยวได้ ...
 
          มาถึงแล้ว โรงแรม ธรรมดา (เราเรียกเอง) Thamada คนขับแท็กซี่บอกว่า เป็นโรงแรมที่เก่าแก่มาก เกือบ 30 ปี จากสภาพ ขอบอก เก่ามากจริง ๆ แต่ก็สมราคาค่ะ .. คุ้มค่ากับราคามาก ห้องนอนค่อนข้างใหญ่ เอ่อ .. โรงแรมเก่า ๆ จะมีอะไรหรือป่าว บรื่ออออ วิวด้านข้างของห้องเราเป็นโบสถ์ค่ะ กับโรงแรมระดับ 4 ดาว Park Royal Garden ซึ่งวันที่เราอยู่ในโปรแกรมทัวร์เราจะได้พักโรงแรมนี้ โอ้ว ... สวรรค์ จากสามัญสู่ดวงดาว ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ตั้งแต่ไปเที่ยวมา ยังไม่เคยพักโรงแรมดี ๆ เลย ท้องเริ่มร้อง สอดส่องมองหา ข้างโรงแรมไม่มีร้านอะไรเลย นอกจากร้านขายก๋วยเตี๋ยว เราขอเรียกร้านนี้ว่า "สตาร์บัค" เพราะหลังจากนั้น เป็นจุดที่เรามานั่งเล่น และดื่มชาเป็นประจำ ความรู้สึกเหมือนร้านสตาร์บัคบ้านเรา .... อิ ๆๆๆ เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน .. จึงเข้าห้องนอนสักพัก เนื่องจากเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน เพราะมัวแต่นอนคิดเรื่องงาน .. ขอนอนเอาแรงสักพัก แล้วตื่นมาจะด้ายลุย ดินแดนพม่า .. โอ้เย้ ๆๆๆๆ